บัญชีพื้นฐานที่วิศวกรควรรู้ EP01 สมการบัญชี

เนื้อหานี้ผมอยากให้คนทั่วไปที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องพื้นฐานบัญชีได้อ่านทำความเข้าใจกับพื้นฐานด้านบัญชี ไม่ได้จำกัดเพียงวิศวกรเท่านั้นครับ

สินทรัพย์ (Assets) คือ ทรัพยากรที่กิจการเป็นเจ้าของซึ่งสามารถนำสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือสามารถสร้างรายได้ (Revenue) ให้กิจการในอนาคตได้  ตัวอย่างเช่น เครื่องจักรในโรงงาน อุปกรณ์ครัวร้านอาหาร เงินสดในบัญชีบริษัท ลิขสิทธิ์เพลงของค่ายเพลง เป็นต้น

หนี้สิน (Liability)  คือ ภาระผูกพันในปัจจุบันที่กิจการจะต้องชำระคืนหรือจ่ายคืนเจ้าหนี้ในอนาคต ตัวอย่างเช่น เงินกู้จากธนาคารเพื่อซื้อเครื่องจักร ค่าแรงค้างจ่ายพนักงาน ค่าเช่าพื้นที่ร้านอาหารค้างจ่าย เป็นต้น

ส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity)  คือ ส่วนที่เจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้น เป็นเจ้าของจริงๆ เอาง่ายๆ ก็คือ ทรัพย์สินส่วนที่เหลือหลังจากหักลบหนี้สินแล้วนั่นเองครับ  ซึ่งที่มาของ ส่วนของผู้ถือหุ้นหลักๆ ก็มาจากเงินลงทุนของเจ้าของกิจการ (Capital) และ กำไรสะสม (Retained Earnings) เราจะมาเรียนรรู้รายละเอียดกันอีกครั้งใน EP ต่อๆ ไปครับ

ผมขอเล่าเหตุการณ์สมมติ ซึ่งไม่ใช่เหตุการณ์จริง เพื่อให้ทุกคนมองเห็นภาพครับ

ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ห่างไกลใกล้บริเวณดอยเลี่ยม ชาวบ้านในหมู่บ้านประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่และหลายครอบครัวทำนาปลูกข้าวกินเอง คำปัน (ชื่อคนไม่ใช่ชื่อขนมทองม้วน) วิศวกรหนุ่มโรงงานที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมมาหลายปีเริ่มรู้สึกเบื่อชีวิตติดแกรมในเมืองใหญ่อยากกลับไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่ต่างจังหวัด พร้อมความฝันในการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน จึงตัดสินใจลาออกจากงานย้ายกลับไปอยู่ดอยเหลี่ยม คำปันไม่ได้กลับบ้านตัวเปล่ามีเงินเก็บอยู่ก้อนนึง หลังจากที่ใช้ชีวิตสโลไลฟ์ ได้ไม่นาน คำปันก็สังเกตุว่าในหมู่บ้านของเขา ไม่มีโรงสีข้าวเลย ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องเอาข้าวเปลือกใส่รถรวมกันไปสีที่หมู่บ้านอื่นที่อยู่ห่างไกล คำปันเลยตัดสินใจลงทุนสร้างโรงสี ซึ่ง มีค่าที่ดิน 200,000 บาท ค่าก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์โรงสี 600,000 บาท แต่คำปันมีเงินลงทุนแค่ 500,000 บาท คำปันจึงขอกู้เงินจากธนาคาร 300,000 บาท

โรงสีคำปันตอนนี้มีทรัพยากรและแหล่งที่มาของทรัพยากรดังนี้ครับ

หรือเขียนเป็นสมการดังนี้

หลักการสำคัญคือสมการนี้จะต้องเป็นจริงเสมอ (This must always be true)  เอาง่ายๆ ก็คือ ฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาจะต้องเท่ากันเสมอครับ ไม่ว่ากิจการจะดำเนินกิจกรรมอะไรก็ตาม เมื่อฝั่งซ้ายมีการเปลี่ยนแปลง ฝั่งขวาของสมการก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงด้วย ผมก็ยกตัวอย่างเหตุการสมมติเพิ่มเติมดังนี้ครับ

ในระหว่างที่กำลังก่อสร้างโรงสี ป้าทองมา ป้าข้างบ้านที่ไม่มีลูกหลานผู้ที่คอยช่วยเหลือเลี้ยงดูคำปันมาตั้งแต่เด็ก ถูกหวย 1,000,000 บาท เลยแบ่งเงินให้คำปัน 150,000 บาท คำปันจึงจะใช้เงินนี้ ซื้อรถบรรทุกมือสองเพื่อใช้ในการรับ-ส่งข้าวจากหมู่บ้านข้างๆ มาสีที่โรงสีของเขา แต่รถบรรทุกเขาขายราคา 200,000 บาท ดังนั้นคำปันจึงขอกู้เงินจากสหกรณ์วิสาหกิจชุมชนดอยเลี่ยม 50,000 บาท และมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นดังนี้ครับ

หรือเขียนเป็นสมการดังนี้

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะมีธุรกรรมอะไรเกิดขึ้นกับกิจการโรงสีของคำปัน สมการบัญชีจะต้องสมดุลกัน ก็คือ ด้านซ้าย (สินทรัพย์) เท่ากับด้านขวา (หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น) เสมอครับ

สำหรับ EP นี้ผมขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อน ขอบคุณผู้อ่านทุกคนครับ ไว้เจอกันอีกใน EP ต่อไป เราจะลงรายละเอียดเรื่องสินทรัพย์ครับผม

EP ถัดไปในอนาคต ผมอาจจะใช้โรงสีคำปันเป็นตัวอย่างในการอธิบายรายละเอียดหัวข้อต่างๆ จึงอยากให้ทุกคนได้รู้ว่าโมเดลธุรกิจของโรงสีคำปันนั้นเป็นอย่างไร ทำอะไรบ้าง มีรายได้จากอะไร///จริงๆ แล้วผมว่าไม่ได้จำเป็นอะไรเลยครับ ผมแค่อยากเขียนเฉยๆ 5555555

โรงสีคำปันจะสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการโดยแบ่งธุรกิจเป็น 2 ส่วน ดังนี้ครับ

  • ส่วนแรกรับจ้างสีข้าวให้ชาวบ้านชาวดอยเลี่ยมและหมู่บ้านข้างเคียง
  • ส่วนที่สองคำปันจะซื้อข้าวเปลือกมาสีและขายข้าวสารและผลพลอยได้อื่น (by product) เช่น รำข้าว ปลายข้าว และแกลบ เป็นต้นครับ

Leave a Reply