EP01 สมการบัญชี (Accounting Equation)
สวัสดีครับทุกคน !!!
ผมอยากจะมาแชร์ความรู้พื้นฐานด้านบัญชี ซึ่งเป็นหลักบัญชีเบื้องต้นให้ผู้อ่านทุกคนได้เรียนรู้ไปด้วยกันครับ
เราต้องยอมรับว่าความรู้ด้านบัญชีและการเงินมีความสำคัญและมีประโยชน์มากในโลกปัจจุบัน หากเรามีความรู้ด้านนี้ก็จะสามารถสร้างโอกาสด้านอื่นๆ ให้ตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในตลาดทุน หรือการทำธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ทักษะด้านบัญชีและการเงินก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราสามารถวางแผนการลงทุนหรือแผนการจัดการด้านการเงินของธุรกิจได้ดีขึ้น
ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ เลยครับว่าความรู้ด้านบัญชีและการเงินนั้นสำคัญแค่ไหน ทุกคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า ขายดีจนเจ๊ง!!! กันไหมครับ หลายกิจการประสบปัญหานี้โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ได้ทำบัญชีรายรับและค่าใช้จ่าย หรือไม่ได้ทำงบกำไร-ขาดทุน อาจทำให้ไม่รู้ยอดขายหรือต้นทุนขายที่ชัดเจน เพราะอาจมีต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น เป็นต้น การบันทึกรายได้และค่าใช้จ่าย (งบกำไร-ขาดทุน) มีประโยชน์มากทำให้เราสามารถติดตามหรือทราบผลการดำเนินงานในปัจจุบันของกิจการ เจ้าของกิจการก็สามารถวางแผนหรือบริหารจัดการปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที
แรงบันดาลใจในการทำซีรี่ย์บทความนี้ โดยส่วนตัวมาจากการทำทำงานในอุตสาหกรรมที่ต้องติดต่อกับวิศวกรหลายคน ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวผมพบว่าวิศวกรหลายคนยังขาดความรู้เรื่องบัญชีและการเงิน
ผมมองว่าบัญชีและการเงินเป็นองค์ความรู้ที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับวิศวกรหลายท่านหรือพนักงานสายเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ต้องการเพิ่มทักษะ (Upskill) เพื่อจะได้เติบโตในหน้าที่การงานโดยเฉพาะคนที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจากสายเทคนิคเฉพาะทางสู่สายบริหารครับ
จริงๆ แล้วเนื้อหานี้ผมอยากให้คนทั่วไปที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องพื้นฐานบัญชีได้อ่านทำความเข้าใจกับพื้นฐานด้านบัญชี ไม่ได้จำกัดเพียงวิศวกรเท่านั้นครับ ถ้าใครอ่านแล้วชอบสามารถแนะนำคนรู้จักเข้ามาอ่านกันเยอะๆ ได้นะครับ
ผมตั้งใจว่าจะทำเป็นบทความที่เป็นซีรี่ย์ความยาวประมาณ 15 – 20 ตอน ซึ่งผมหวังว่าซีรี่ย์บทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านที่ความรู้บัญชีเป็นศูนย์ได้ค่อยๆ เรียนรู้ จนสามารถมีความรู้เพียงพอในการอ่านงบการเงินเพื่อสามารถตัดสินใจทางธุรกิจเบื้องต้นได้ ผมอาจจะเล่าเป็นเรื่องราวโดยใช้ภาษาพูดมากกว่าภาษาเขียนครับ เพราะอยากให้ผู้อ่านสามารถค่อยๆ ซึมซับผ่านการเล่าของผม และอาจจะยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในโลกธุรกิจหรือตัวอย่างสมมติ และผมพยายามจะไม่ยัดทฤษฎีหรือเนื้อหาที่เป็นวิชาการมากเกินไป อยากให้ผู้อ่านค่อยๆ เริ่มเรียนรู้ไปด้วยกัน มาเริ่มต้นด้วยสมการบัญชีกันครับ
เรามาเริ่มเรียนรู้กันเบาๆ กับสมการบัญชีกันครับ
สมการบัญชี (Accounting Equation) หรือสมการงบดุล (Balance Sheet Equation) เป็นสมการที่แสดงความสัมพันธ์ของทรัพยากรที่กิจการเป็นเจ้าของ และที่มาของทรัพยากรนั้น (เอาง่ายๆ ก็คือที่มาของเงินที่ทำให้ได้มาของทรัพยากรนั่นเอง) สมการบัญชีที่ง่ายที่สุดสามารถเขียนได้ดังนี้

สินทรัพย์ (Assets) คือ ทรัพยากรที่กิจการเป็นเจ้าของซึ่งสามารถนำสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือสามารถสร้างรายได้ (Revenue) ให้กิจการในอนาคตได้ ตัวอย่างเช่น เครื่องจักรในโรงงาน อุปกรณ์ครัวร้านอาหาร เงินสดในบัญชีบริษัท ลิขสิทธิ์เพลงของค่ายเพลง เป็นต้น
หนี้สิน (Liability) คือ ภาระผูกพันในปัจจุบันที่กิจการจะต้องชำระคืนหรือจ่ายคืนเจ้าหนี้ในอนาคต ตัวอย่างเช่น เงินกู้จากธนาคารเพื่อซื้อเครื่องจักร ค่าแรงค้างจ่ายพนักงาน ค่าเช่าพื้นที่ร้านอาหารค้างจ่าย เป็นต้น
ส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) คือ ส่วนที่เจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้น เป็นเจ้าของจริงๆ เอาง่ายๆ ก็คือ ทรัพย์สินส่วนที่เหลือหลังจากหักลบหนี้สินแล้วนั่นเองครับ ซึ่งที่มาของ ส่วนของผู้ถือหุ้นหลักๆ ก็มาจากเงินลงทุนของเจ้าของกิจการ (Capital) และ กำไรสะสม (Retained Earnings) เราจะมาเรียนรรู้รายละเอียดกันอีกครั้งใน EP ต่อๆ ไปครับ
ผมขอเล่าเหตุการณ์สมมติ ซึ่งไม่ใช่เหตุการณ์จริง เพื่อให้ทุกคนมองเห็นภาพครับ
ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ห่างไกลใกล้บริเวณดอยเลี่ยม ชาวบ้านในหมู่บ้านประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่และหลายครอบครัวทำนาปลูกข้าวกินเอง คำปัน (ชื่อคนไม่ใช่ชื่อขนมทองม้วน) วิศวกรหนุ่มโรงงานที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมมาหลายปีเริ่มรู้สึกเบื่อชีวิตติดแกรมในเมืองใหญ่อยากกลับไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่ต่างจังหวัด พร้อมความฝันในการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน จึงตัดสินใจลาออกจากงานย้ายกลับไปอยู่ดอยเหลี่ยม คำปันไม่ได้กลับบ้านตัวเปล่ามีเงินเก็บอยู่ก้อนนึง หลังจากที่ใช้ชีวิตสโลไลฟ์ ได้ไม่นาน คำปันก็สังเกตุว่าในหมู่บ้านของเขา ไม่มีโรงสีข้าวเลย ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องเอาข้าวเปลือกใส่รถรวมกันไปสีที่หมู่บ้านอื่นที่อยู่ห่างไกล คำปันเลยตัดสินใจลงทุนสร้างโรงสี ซึ่ง มีค่าที่ดิน 200,000 บาท ค่าก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์โรงสี 600,000 บาท แต่คำปันมีเงินลงทุนแค่ 500,000 บาท คำปันจึงขอกู้เงินจากธนาคาร 300,000 บาท
โรงสีคำปันตอนนี้มีทรัพยากรและแหล่งที่มาของทรัพยากรดังนี้ครับ

หรือเขียนเป็นสมการดังนี้

หลักการสำคัญคือสมการนี้จะต้องเป็นจริงเสมอ (This must always be true) เอาง่ายๆ ก็คือ ฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาจะต้องเท่ากันเสมอครับ ไม่ว่ากิจการจะดำเนินกิจกรรมอะไรก็ตาม เมื่อฝั่งซ้ายมีการเปลี่ยนแปลง ฝั่งขวาของสมการก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงด้วย ผมก็ยกตัวอย่างเหตุการสมมติเพิ่มเติมดังนี้ครับ
ในระหว่างที่กำลังก่อสร้างโรงสี ป้าทองมา ป้าข้างบ้านที่ไม่มีลูกหลานผู้ที่คอยช่วยเหลือเลี้ยงดูคำปันมาตั้งแต่เด็ก ถูกหวย 1,000,000 บาท เลยแบ่งเงินให้คำปัน 150,000 บาท คำปันจึงจะใช้เงินนี้ ซื้อรถบรรทุกมือสองเพื่อใช้ในการรับ-ส่งข้าวจากหมู่บ้านข้างๆ มาสีที่โรงสีของเขา แต่รถบรรทุกเขาขายราคา 200,000 บาท ดังนั้นคำปันจึงขอกู้เงินจากสหกรณ์วิสาหกิจชุมชนดอยเลี่ยม 50,000 บาท และมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นดังนี้ครับ

หรือเขียนเป็นสมการดังนี้

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะมีธุรกรรมอะไรเกิดขึ้นกับกิจการโรงสีของคำปัน สมการบัญชีจะต้องสมดุลกัน ก็คือ ด้านซ้าย (สินทรัพย์) เท่ากับด้านขวา (หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น) เสมอครับ
สำหรับ EP นี้ผมขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อน ขอบคุณผู้อ่านทุกคนครับ ไว้เจอกันอีกใน EP ต่อไป เราจะลงรายละเอียดเรื่องสินทรัพย์ครับผม
EP ถัดไปในอนาคต ผมอาจจะใช้โรงสีคำปันเป็นตัวอย่างในการอธิบายรายละเอียดหัวข้อต่างๆ จึงอยากให้ทุกคนได้รู้ว่าโมเดลธุรกิจของโรงสีคำปันนั้นเป็นอย่างไร ทำอะไรบ้าง มีรายได้จากอะไร///จริงๆ แล้วผมว่าไม่ได้จำเป็นอะไรเลยครับ ผมแค่อยากเขียนเฉยๆ 5555555

โรงสีคำปันจะสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการโดยแบ่งธุรกิจเป็น 2 ส่วน ดังนี้ครับ
- ส่วนแรกรับจ้างสีข้าวให้ชาวบ้านชาวดอยเลี่ยมและหมู่บ้านข้างเคียง
- ส่วนที่สองคำปันจะซื้อข้าวเปลือกมาสีและขายข้าวสารและผลพลอยได้อื่น (by product) เช่น รำข้าว ปลายข้าว และแกลบ เป็นต้นครับ











Leave a Reply