EP06 งบแสดงฐานะการเงิน (ฺStatement of Financial Position)
EP นี้เรามจะมาเรียนรู้การอ่านงบแสดงฐานะการเงินเบื้องต้น เพื่อช่วยให้ผู้อ่านทุกคนเห็นภาพรวมของสถานะการเงินของกิจการกันครับ
งบแสดงฐานะการเงิน (Statement of Financial Position) หรืองบดุล (Balance Sheet) เป็นงบการเงินที่แสดงภาพรวมทางการเงินของบริษัท ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นรายงานสรุปสิ่งที่กิจการเป็นเจ้าของ (สินทรัพย์) ภาระผูกพัน (หนี้สิน) และเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นและกำไรสะสม (ส่วนของผู้ถือหุ้น) องค์ประกอบของงบดุลจะประกอบด้วย 3 ส่วน ตามสมการบัญชีที่เราได้เรียนรู้มาแล้วใน EP1- EP3 ดังนี้ครับ


การอ่านและเข้าใจงบดุลจะสามารถทำให้เราสามารถประเมินความเสี่ยงของกิจการได้ครับ เนื่องจากเป็นงบที่แสดงรายการที่กิจการเป็นเจ้าของและรายการที่กิจการเป็นหนี้ทั้งหมด ทำให้เราสามารถประเมินได้ว่ากิจการมีการกู้ยืมเงินมากเกินไปหรือไม่ สินทรัพย์ที่กิจการเป็นเจ้าของนั้นส่วนใหญ่มีสภาพคล่องต่ำเกินไปไหม หรือแม้กระทั่งประเมินว่ามีเงินสดสำรองที่เพียงพอต่อการดำเนินงานหรือไม่ เป็นต้น
ตัวอย่างงบแสดงฐานะการเงิน


เราสามารถทำความเข้าใจสุขภาพการเงินของกิจการได้ ผ่านตัวชี้วัดหรืออัตราส่วนทางการเงินที่นิยมใช้กันทั่วไปดังต่อไปนี้
เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital)
Working Capital คือ เงินทุนที่กิจการมีไว้สำหรับการดำเนินงานในระยะสั้น ตั้งแต่การจ่ายค่าแรงหรือเงินเดือนพนักงาน การจ่ายค่าสาธาณูปโภค การซื้อวัตถุดิบในการผลิต หรือใช้สำหรับชำระหนี้ระยะสั้น เป็นต้น
เงินทุนหมุนเวียนคำนวณจากส่วนต่างระหว่างสินทรัพย์หมุนเวียน (Current Asset) และหนี้สินหมุนเวียน (Current Liability) หรือ
Working Capital = Current Assets – Current Liabilities
ถ้าเงินทุนหมุนเวียนมีค่าเป็นบวกแสดงว่ากิจการมีเงินทุนเพียงพอในการดำเนินงานระยะสั้น หากมีค่าเป็นลบอาจแสดงถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของกิจการ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมของธุรกิจนั้นๆ ด้วย ในบางอุสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมค้าปลีก การที่ Working Capital มีค่าเป็นลบอาจจะแสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ซึ่ง Working Capital เป็นลบ อาจเกิดจากการที่กิจการสามารถเก็บเงินจากลูกค้าได้เร็วกว่าการจ่ายเงินซับพลายเออร์
จากตัวอย่างงบการเงินด้านบนเราสามารถคำนวณ Working Capital ของปี 2025 ได้ดังนี้ครับ
Current Assets = 6,000,000 และ Current Liabilities = 1,500,000
จะได้ Working Capital = 6,000,000 – 1,500,000 = 4,500,000
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio)
อัตราส่วนทางการเงินที่แสดงถึงสภาพคล่องของกิจการหรือความสามารถในการชำระหนี้ในระยะสั้น ใช้ประเมินว่ากิจการมีทรัพย์สินเพียงพอที่จะชำระหนี้ในระยะสั้นหรือไม่ กิจการที่มี Current Ratio มากกว่า 1 หมายถึงกิจการมีสินทรัพย์เพียงพอที่จะชำระหนี้ในระยะสั้น หาก Current Ratio มีค่าที่ต่ำกว่า 1 (หรือ Working Capital เป็นลบ) อาจเป็นสัญญาณแสดงถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในระยะสั้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับประเภทอุตสาหกรรมที่กิจการดำเนินงานอยู่ด้วย
จากตัวอย่างงบการเงินด้านบนเราสามารถคำนวณ Current Ratio ของปี 2025 ได้ดังนี้ครับ
Current Assets = 6,000,000 และ Current Liabilities = 1,500,000
จะได้ Current Ratio = 6,000,000 / 1,500,000 = 4.0
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick Ratio)
Quik Ratio คือ อัตราส่วนทางการเงินที่แสดงถึงสภาพคล่องของกิจการในระยะสั้น ในการชำระหนี้สินหรือข้อผูกพันธ์โดยใช้สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง (เปลี่ยนเป็นเงินสดได้รวดเร็ว) ซึ่งเป็นอัตราส่วนทางการเงินที่แสดงถึงสถานะเงินสดของกิจการด้วย
โดยสามารถคำนวณได้ดังนี้
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็ว = สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง / หนี้สินหมุนเวียน
หรือ Quick Ratio = Quick Asset / Current Labilities
เงินทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick Asset) คือ ผลรวมของสินทรัพย์หมุนเวียนสภาพคล่องสูง ได้แก่ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (Cash and Cash Equivalents) เงินลงทุน (Marketable Securities) และลูกหนี้การค้า (Account Receivable)
หรือ
Quick Asset = Cash and Cash Equivalents + Market Securities + Account Receivable
จากตัวอย่างงบการเงินด้านบนเราสามารถคำนวณ Quick Ratio ของปี 2025 ได้ดังนี้ครับ
Quick Asset = 2,000,000 + 1,500,000 =3,500,000
Current Liabilities = 1,500,000
Quick Ratio = 3,500,000/1,500,000 = 2.33
อัตราหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio)
อัตราหนี้สินต่อทุน คือ อัตราส่วนที่แสดงสัดส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น คำนวณจากจำนวนหนี้สินทั้งหมดหารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น ทำให้เราเข้าใจโครงสร้างการเงินของกิจการว่ากิจการดำเนินธุรกิจโดยใช้เงินกู้หรือทุนของเจ้าของมากกว่ากัน
DE Ratio ที่สูงอาจส่งสัญญาณถึงความเสี่ยงของกิจการ เนื่องจากกิจการอาจพึ่งพาการกู้เงินในการดำเนินธุรกิจมากเกินไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้มีค่า DE ที่เหมาะสมว่าควรเป็นเท่าไหร่ ซึ่งขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมที่กิจการำเนินธุรกิจอยู่ด้วย เช่น ธุรกิจธนาคาร D/E อยู่ที่ประมาณ 5 เท่าก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่อาจจะแสดงถึงความเสี่ยงสูงหากธุรกิจโรงพยาบาลมี D/E เท่ากับ 5 เป็นต้น
จากตัวอย่างงบการเงินด้านบนเราสามารถคำนวณ DE Ratio ของปี 2025 ได้ดังนี้ครับ
Total Liabilities = 1,500,000 + 5,000,000 = 6,500,000
Total Equity = 2,000,000 + 4,000,000 = 6,000,000
DE Ratio = 6,500,000 / 6,000,000 = 1.08
EP เราจะมาเรียนรู็เรื่องงบกำไรขาดทุน หรือ Income Statement กันครับ
แหล่งอ้างอิง
Fundamental of Financial Accounting, Philips Libby Libby
https://www.investopedia.com/financial-edge/1012/useful-balance-sheet-metrics.aspx










Leave a Reply