EP04 ระบบบัญชีคู่ (Double Entry Accounting)
สวัสดีครับทุกคน ตอนนี้เรามาถึง EP 4 กันแล้วนะครับ EP ผมขอจริงจังนิดนึงนะครับ เพราะเนื้อหาของระบบบัญชีคู่ค่อนข้างจะทำให้ผู้อ่านสับสนได้ง่าย ตอนแรกผมคิดว่าจะไม่เขียนเรื่องนี้ในซีรี่ย์บทความนี้ แต่ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้ก็เป็นหลักการที่สำคัญของการทำบัญชี ซึ่งถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้ ก็ทำให้เราสามารถเข้าใจภาพขั้นตอนการบันทึกบัญชี (Bookkeeping) ของแผนกบัญชีได้ครับ
ถ้าวันนี้รู้สึกเหนื่อยๆ หรือยมๆ ผู้อ่านสามารถข้ามอีพีนี้ได้นะครับ เอาไว้วันไหน ใจโล่งๆ ค่อยมาอ่านทีหลังก็ได้ครับ 😅 ✌️
หลังจาก EP แรกที่เราได้เรียนรู้เรื่องสมการบัญชีไปแล้ว และเข้าใจความหมายของแต่ละส่วนไปแล้ว ตอนนี้เราจะเรียนรู้ระบบการบันทึกการทำธุรกรรมหรือรายการบัญชีของกิจการ ซึ่งเราเรียกว่าระบบบัญชีคู่ (Double Entry System) นั่นเองครับ
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจหลักการเบื้องต้นของระบบบัญชีเดียวและระบบบัญชีคู่กันก่อนครับ
ระบบบัญชีเดี่ยว (Single Entry Accounting) เป็นระบบบัญชีที่บันทึกธุรกรรมไว้ในบัญชีเดียว ซึ่งอาจเป็นสมุดเล่มเดียวแบ่งการบันทึกเป็นหมวดหมู่ เช่น บัญชีเงินสดบันทึกรายรับ-รายจ่าย การบันทึกบัญชีเดี่ยวอาจจะมีรายละเอียดการทำธุรกรรม เช่น วันที่ คำอธิบายสั้น หรือ จำนวนยอดธุรกรรม (จำนวนเงินเข้า-ออก) โดยจะบันทึกในคอลัมน์เดียวกัน นิยมใช้ในการบันทึกบัญชีส่วนบุคคล หรือ ธุรกิจขนาดเล็ก ครับ
ระบบบัญชีคู่ (Double Entry Accounting) คือการบันทึกรายการธุรกรรมหรือรายการบัญชีทุกรายการอย่างน้อยสองครั้ง คือ บันทึกด้านเดบิต (Debit) และบันทึกด้านเครดิต (Credit)
หลักการสำคัญของระบบบัญชีคู่ ก็คือ การทำธุรกรรมอะไรก็ตามของกิจการจะกระทบทั้งสองฝั่งของสมการบัญชี Asset = Liabilities + Equities โดยที่สมการนี้จะต้องเป็นจริงเสมอ นั่นก็คือทั้งสองข้างของสมการต้องเท่ากันตามที่เคยกล่าวไปแล้วในอีพีก่อนครับ
การบันทึกเดบิต หรือ Debit (Dr) คือการบันทึกรายการธุรกรรมทางด้านซ้ายสมุดบัญชี
- เราเดบิตเมื่อสินทรัพย์เพิ่มขึ้น
- เราเดบิตเมื่อหนี้สินหรือส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง
การบันทึกเครดิต หรือ Credit (Cr) คือการบันทึกรายการธุรกรรมทางด้านขวาสมุดบัญชี
- เราเครดิตเมื่อหนี้สินหรือส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น
- เราเครดิตเมื่อสินทรัพย์ลดลง
เรามาดูกันครับว่าการบันทึกบัญชีคู่ที่มีการเดบิตและแครดิตนั้นจะกระทบหมวดบัญชีแต่ละหมวดอย่างไรบ้าง
- หมวดบัญชีสินทรัพย์ (Asset Account) บันทึกสินทรัพย์ที่กิจการครอบครอง ทั้งรายการสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางการเงิน หรือสินทรัพย์ที่สามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษบกิจได้ในอนาคต เช่น เงินสดและสินทรัพย์เทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้การค้า (Account Receivables) สินค้าคงคลัง (Inventory) ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PP&E) เป็นต้น
- หมวดบัญชีหนี้สิน (Liability Account) บันทึกหนี้สินหรือภาระผูกพันธ์ที่กิจการเป็นหนี้และต้องชำระ เช่น เจ้าหนี้การค้า ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เงินกู้ เป็นต้น
- หมวดบัญชีส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity Account) บันทึกการเงินทุนที่เจ้าของกิจการลงทุน กำไรสะสม (Retained Earning)
- หมวดบัญชีรายได้ (Revenue Account) บันทึกรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการของกิจการ
- หมวดบัญชีรายจ่าย (Expenses Account) บันทึกรายการค่าใช้จ่ายของกิจการ เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าขนส่ง ค่าเช่าที่ ค่าแรงพนักงาน เป็นต้น

ผมมีหลักการจำง่ายๆ แบบนี้ครับ
- ฝั่งซ้ายของสมการบัญชีเพิ่มขึ้นเราจะเดบิตรายการนั้น ถ้าลดลงทำตรงข้าม
- ฝั่งขวาของสมการบัญชีเพิ่มขึ้นเราจะเครดิตรายการนั้น ถ้าลดลงทำตรงข้าม
- รายได้เพิ่มขึ้นส่งผลให้ Equity เพิ่มขึ้น เราจะทำเหมือนกับ Equity
- รายจ่ายเพิ่มขึ้นส่งผลให้ Equity ลดลง จะทำตรงข้ามกับ Equity
มาดูตัวอย่างการบันทึกบัญชีธุรกรรมที่เกิดขึ้นในกิจการโรงสีคำปันด้านล่างประกอบเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพคร่าวๆ กันครับ
1. คำปัน เจ้าของกิจการนำเงินสดมาลงทุนเปิดกิจการโรงสีคำปัน เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท
| Account | Debit | Credit |
| เงินสด | 500,000 บาท | |
| หุ้นสามัญ | 500,000 บาท |
2. กิจการโรงสีคำปันซื้อที่ดินมูลค่า 200,000 บาท
| Account | Debit | Credit |
| ที่ดิน | 200,000 บาท | |
| เงินสด | 200,000 บาท |
3. กิจการโรงสีคำปันกู้เงินจากธนาคาร 300,000 บาท
| Account | Debit | Credit |
| เงินสด | 300,000 บาท | |
| หนี้สินระยะยาว | 300,000 บาท |
4. กิจการโรงสีคำปันก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์โรงสี 600,000 บาท
| Account | Debit | Credit |
| อาคารและอุปกรณ์ | 600,000 บาท | |
| เงินสด | 600,000 บาท |
5. กิจการโรงสีคำปัน ซื้อข้าวเปลือก 1 ตัน ราคา 10,000 บาท และได้รับข้าวเปลือกมาแล้วแต่ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าข้าวเลือก มีกำหนดชำระภายใน 15 วัน (โรงสีคำปันซื้อข้าวเปลือกด้วยเครดิตเทอม 15 วัน)
| Account | Debit | Credit |
| สินค้าคงคง | 100,000 บาท | |
| เจ้าหนี้การค้า | 100,000 บาท |
6. กิจการโรงสีคำปัน ขายข้าวสาร 5 กระสอบ ราคา 5,000 บาท ให้ร้านข้าวรวงทอง โดยให้เครดิตเทอม 15 วัน
| Account | Debit | Credit |
| ลูกหนี้การค้า | 5,000 บาท | |
| สินค้าคงคลัง | 5,000 บาท |
เราจะสรุปการบันทึกกิจกรรมต่างๆ ได้ดังนี้ครับ

จะเห็นได้ว่าจากตัวอย่างด้านบนยอดธุรกรรมด้านเดรบิต จะต้องเท่ากับเครดิตครับ
แหล่งอ้างอิง
Fundamental of Financial Accounting, Philips Libby Libby
https://conc.tbs.tu.ac.th/index.php/learning/detailprogram/40










Leave a Reply